ประสบการณ์ในห้องการทำจิตบำบัด ตอนที่ 4

ประสบการณ์ในห้องบำบัด 2 มีนาคม 2567


เรื่องราวสั้น ๆ ในแต่ละวันของนักทำจิตบำบัด

ปลดล็อก


"วันนี้รู้สึกเหมือนได้ปลดล็อกอะไรซักอย่าง"


"เหมือนได้ปลดล็อกเลยครับ"


"รู้ว่าตัวเองปลดล็อกและเข้าใจตัวเองมากขึ้นค่ะ"

"ได้เข้าใจค่ะว่าทำไมตัวเองถึงเป็นแบบนี้"


เดือนนี้เป็นเดือนที่ผมรู้สึกว่าผมได้ยินประโยคเหล่านี้มากกว่าปรกติ
สาเหตุหนึ่งมากจากจะต้องพูดคุยกับคนจำนวนมากกว่าปรกติ
และอีกหนึ่งปัจจัยคือระยะเวลาของการออกดอกออกผลมาถึง

สัมพันธภาพเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในการทำจิตบำบัด
สัมพันธภาพเป็นสิ่งที่นักทำจิตบำบัดไม่สามารถที่จะเร่งรัดให้เกิดขึ้นได้
การจะเกิดสัมพันธภาพนั้นจะต้องมาจากตัวผู้รับบริการเอง
คงเปรียบเหมือนกับการปลูกต้นไม้ดอกไม้
และรอเพียงถึงเวลาออกดอกออกผล

เมื่อถึงเวลานั้นระดับความลึกซึ้งของบทสนทนาจะเกิดขึ้นเอง
เพราะเขามีความมั่นใจระดับหนึ่งว่า
อย่างน้อยเราจะเป็นคนหนึ่งที่จะไม่ทำร้ายจุดเปราะบางของเขา


"พี่ ... วันนี้หนูไม่อยากคุยเรื่องจากครั้งที่แล้วละ

เพราะวันนี้หนูมีประเด็นใหม่ที่อยากจะจัดการ"


"ผมไม่เคยบอกใครเลยว่าผมเป็นแบบนี้

ครั้งหน้าผมอยากจะจัดการเรื่องนี้ครับ"


"พี่เห็นไหมว่าผมควรจะเปลี่ยนแปลงอะไรในตัวเอง

หรือพี่เห็นว่าผมมีปัญหาอะไรในการดำเนินชีวิตบ้าง?"



เมื่อมาถึงจุดที่ผู้มารับบริการได้กล่าวคำเหล่านี้ออกมา
เป็นสัญญาณถึงการพร้อมสำหรับการเปลี่ยนแปลงอย่างแท้จริง

อย่างไรก็ตามหากฤดูกาลของการเพาะปลูกที่เหมาะสมมาถึง
ก็ไม่สามารถยืนยันความเป็นจริงที่ว่าทุกเมล็ดพันธ์ที่ปลูก
จะต้องเติบโตและงดงาม
เพราะแต่ละเมล็ดพันธ์ต่างมีจังหวะในการเติบโตของตนเอง

เหนื่อย


เดือนนี้เป็นเดือนแรกที่ผมรู้สึกว่าเหนื่อยและหมดไฟในการทำงาน
ไม่ได้เกินขึ้นเพราะว่าผมไม่ชอบในสิ่งที่ทำ
แต่เป็นเพราะความไม่พอดี

"it is not good to have

TOO MUCH of any thing."

Andrew Clements


ผมสนุกทุกครั้งที่ได้ทำงาน
แต่ในใจของผมก็จะกรีดร้อง
หากผมไม่สามารถทำงานตามมาตรฐานของตัวเองได้
ไม่ว่าจะมาจากเหตุผลใดก็ตาม
เช่น ข้อจำกัดของตนเอง
ข้อจำกัดของสภาพแวดล้อม จากปริมาณ work load ที่มากเกินไป

เมื่อเป็นเช่นนั้นแล้วความไม่พอใจที่เกิดขึ้นในใจ
เริ่มส่งเสียงดังขึ้นเรื่อย ๆ
เมื่อความสงบสุขในใจหากไป
ความสามารถในการส่งต่อความสุขสงบก็ลดลงไปตามความผันแปร

หากกลับมาถามว่าเราสามารถที่จะส่งมอบงานที่ได้รับมอบหมายได้ไหม
คำตอบแน่นอนคือได้ และดีกว่าผู้ใช้บริการคาดหวังเสียอีก
นั่นเป็นสิ่งที่ผมได้ผลตอบรับจากผู้มาใช้บริการ

แต่หากผมอยู่ในสภาพนี้ไปเรื่อย ๆ
เดาได้ไม่ยากเลยว่าวันหนึ่งผมจะ burn out อย่างจริงจัง
ไม่ใช่เพราะแรงกดดันตนเองจากภายนอก
แต่เป็นแรงกดดันจากภายในตนเองต่างหาก

กำแพง


ระหว่างที่เราได้ทำหน้าที่เป็นกระจกสะท้อนให้ผู้อื่น
แต่ความพิศวงที่เกิดขึ้นก็คือ
ในเวลาเดียวกันผู้อื่นก็เป็นกระจกสะท้อนให้เราในเวลาเดียวกัน

ผมได้มองเห็นอารมณ์และความรู้สึกที่ผมไม่อยากจะมองเห็นในตัวเอง
และการที่ได้เห็นมันนั้นก็สร้างความปั่นป่วนขึ้นภายในใจของตนเองอย่างมาก

ทั้ง ๆ ที่คิดว่าเราผ่านการทำงานในใจมามากพอแล้ว
แต่สุดท้ายแล้วโลกก็จะบอกความจริงกับเราเอง
เมื่อเวลาที่เหมาะสมมาถึงโลกจะให้เราได้โจทย์ข้อที่ยากขึ้น
แต่เมื่อเราผ่านโจทย์ข้อนั้นไปได้เราก็จะได้รับรางวัลที่ใหญ่ขึ้นในเวลาเดียวกัน

"เมื่อเวลาที่เหมาะสมมาถึงโลกจะให้เราได้โจทย์ข้อที่ยากขึ้น

แต่เมื่อเราผ่านโจทย์ข้อนั้นไปได้เราก็จะได้รับรางวัลที่ใหญ่ขึ้นในเวลาเดียวกัน"


นั่นเป็นประโยคที่ผมชอบพูดเสมอกับผู้มารับบริการ
แต่ในตอนนี้เป็นอีกหนึ่งวัน
ที่ผมได้เห็นว่ากำแพงของผมคืออะไร
ขอบคุณใครหรืออะไรก็ตามที่ทำให้ผมได้เห็นว่า
จริง ๆ แล้วผมเป็นใคร
และสามารถจะกลายเป็นคนที่ดีขึ้นกว่าเดิมได้

ถึงแม้จะเหนื่อยหน่าย และกลัวกับกระบวนการที่จะเกิดขึ้น
แต่หากผมอยากจะเป็นมนุษย์ที่ดีขึ้น
ผมก็ต้องกล้าเผชิญหน้าความดำมืดภายในจิตใจ
ซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่ผมเห็นในแววตาของผู้มารับบริการ

ขอบคุณความกล้าหาญของทุกคนในกระบวนการทำจิตบำบัด
ที่ความมุ่งมั่นนั้นทำให้ผมกล้าหาญมากขึ้น
ในการเผชิญหน้ากับความกลัวในใจของตนเอง
และกลับไปพบ therapist ของตัวเองอีกครั้ง

กลับด้านบน
เขียนโดย กอปกฤษฏิ์ ทรายเขียว

นักจิตวิทยาการปรึกษาและผู้ก่อตั้ง homemade-counseling